105 : Slow life for child

posted on 19 May 2011 17:48 by popoejung
        ในยุค Globalization เวลาหมุนเท่าเดิม และมนุษย์ไม่ได้หยุดความคิดที่จะคิดค้นประดิษฐ์หรือสร้างนวัตกรรมใหม่ๆโดยเฉพาะเทคโนโลยี ที่ตอบสนองความต้องการของมนุษย์ทั่วๆไป ที่คอยตามกระแสไม่หยุดนิ่งเหมือนกับผู้คิดค้น   แม้โลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งหนึุ่งที่ต้องคงอยู่คือความเป็นธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมที่มีอยู่บนโลก ยิ่งเราโตมากขึ้นเท่าไหร่ อายุมากขึ้น เรายิ่งห่างไกลจากความเป็นธรรมชาติ และอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ หน้าโทรทัศน์ อยู่หน้าI-pad  ที่หูมีหูฟังนานขึ้น และเรายังนำสิ่งเหล่านี้ ให้เด็กของเรา พ่อแม่ ที่เลี้ยงลูก ให้รู้จักกับคอมพิวเตอร์โดยการเล่นเกมส์ตั้งแต่เด็กยังไม่ถึง 4 ขวบ ,ให้ค้นหาสิ่งที่อยู่ใน youtube ตามที่ใจลูกว่าอยากดูอะไร ดีหน่อยก็คอยควบคุมไม่ให้ดูอะไรที่ไม่สมควรดู เด็กมีโทรศัพท์มือถือใช้ตามเทรนด์ จนเกิดปัญหา 'เด็ก 11 ขวบ ส่งข้อความอยากลองมีเพศสัมพันธ์กับเพื่อนหญิง' และต่อมาก็มีข่าวโรงเรียนบางโรงเรียนไม่ให้เด็กใช้โทรศัพท์มือถือในโรงเรียน ตรงจุดนี้ผู้ใหญ่ทั้งหลายแก้ไขได้ถูกจุดหรือไม่ หรือแก้ที่ปลายเหตุ หรือเรากำลังยัดเยียดความเร็ว และส่งเสริมให้เด็กตามกระแสมากเกินไป
      ความเป็นเด็กที่เรียนรู้อะไรได้รวดเร็วอยู่แล้ว เราควรจะส่งเสริมความรู้มือหนึ่งหรือมือสองให้เด็กกัน

          
       S : Sustainable ความยั่งยืน ในประเด็นความยั่งยืน..เราจะทำอย่างไร ให้เด็ก
       L : Local ท้องถิ่น ให้เด็กได้รู้จักท้องถิ่นที่เด็กอยู่ ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมต่างๆ ในท้องถิ่นของเด็กเอง
       O : Organic สิ่งหนึ่งที่ควรให้เด็กได้รับรู้ ถึงการเกิดของตัวเด็กเอง แม้เด็กอาจจะไม่ได้กำเนิดมาด้วยความรัก แต่สิ่งหนึ่งที่เราควรปลูกฝังและถือเป็นสิ่งสำคัญมากๆ คือ "เด็กถือกำเนิดขึ้นมาจากความรัก และเกิดมาเพื่อได้รับความรักและให้รักนี้แก่ผู้อื่น" ซึ่งจุดนี้อาจจะมีเรื่องของความเชื่อ ความศรัทธาตามศาสนาที่เด็กนับถื่อเข้ามาเกี่ยวข้อง
      W : Wholesome ส่งเสริมสุขภาพ เด็กควรจะได้รับการส่งเสริมสุขภาพ และอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมสุขภาพของเด็ก เพื่อให้เด็กได้มีสุขภาพที่ดี (แบบองค์รวม)

      L : Learning การเรียนรู้ เด็กควรได้รับการเรียนรู้ จากธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวมากที่สุด การที่เด็กได้เรียนรู้โดยเริ่มจากธรรมชาติใกล้ตัวเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ด้วยตนเอง เป็นความรู้มือหนึ่ง พ่อแม่มีหน้าที่กระตุ้นถามสิ่งที่ได้เรียนรู้ เพราะถึงอย่างไรเมื่อเด็กเข้าโรงเรียน เด็กจะได้รับความรู้มือสองจากหนังสือ จากคำบอกเล่าของคุณครู หรือจากโลกไซเบอร์ต่างๆ เด็กไม่ได้ลงมือทำเอง ย่อมไม่เกิดกระบวนการคิด และการเรียนรู้ด้วยตนเอง
     มีพ่อแม่จำนวนหนึ่งที่รวมกลุ่มสร้างเครือข่ายบ้านเรียน เพื่อให้ลูกของตนได้เรียนรู้การใช้ชีวิต ความรู้ที่เด็กได้รับเป็นความรู้ที่ได้ในระหว่างและหลังการปฎิบัติจริง..การทำอาหาร การหุงข้าว ทำขนม การซื้อขาย เดินป่า หรือเที่ยวไปตามที่ต่างๆ เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านสัมผัสทั้งห้า ไม่ใช่เพียงแค่ดูหรือฟังอย่างเดียว
      I : Inspiring แรงบันดาลใจ สิ่งที่เด็กได้จากการลงมือปฏิบัติเอง เด็กย่อมได้รับแรงบันดาลใจมากกว่าที่เด็กดูและฟัง เพราะเด็กได้ใช้สัมผัสทั้งห้า และกระบวนการคิด การเรียนรู้ย่อมมีมากกว่า
      F : Funny ความสนุกสนาน     เด็กจะรู้สึกสนุกสนานมากกว่าที่อยู่หน้าจอแน่นอน และพ่อ แม่หรือผู้ใหญ่จะได้ร่วมกิจกรรมกับเด็กมากขึ้น เป็นสิ่งที่ดีที่เด็กจะได้เรียนรู้จากผู้ใหญ่ด้วยเช่นกัน
     E : Experience ประสบการณ์ สิ่งเหล่านี้จะเป็นประสบการณ์ให้เด็ก รักการปฏิบัติ ลงมือทำอย่างจริงจัง มากกว่าการใช้มือคลิ๊ก เข้าเว็บไซต์ ที่มันช่างง่ายมาก  อย่างไรเสีย  ประสบการณ์ที่เด็กควรจะได้รับเป็นเรื่องสำคัญเพราะจะต่อยอดในด้านต่างๆต่อไปในอนาคต และเราควรเสริมสร้างให้เด็กมีประสบการณ์ครบทุกด้านร่างกาย จิตใจ สังคม ปัญญา และให้เด็กได้แสดงออกอีกด้วย
 
ไม่ใช่ว่าเทคโนโลยีจะไม่สำคัญ แต่การที่ให้เด็กอยู่กับเทคโนโลยี โลกไซเบอร์มากเกินไปนั้น
เรากำลังทำให้เด็กถอยห่างจากธรรมชาติ และการจัดการเรื่องเวลา
เพราะพอโตขึ้น ชีวิตส่วนใหญ่ของผู้ใหญ่หลายๆคน อาจจะอยู่กับโลกไซเบอร์มากเกิน
(ไม่เว้นแต่ผู้คิดเขียนเอนทรี่ เจ้าของบล๊อกนี้ )
เราแค่อยากให้เด็กได้ใช้ชีวิต สนุกๆ กับสนามเด็กเล่นตามธรรมชาติมากกว่าการยัดเยียดให้เด็กเข้าถึงเทคโนโลยีเร็วเกินไป
 
...
 
หลับฝันดีค่ะ
 
ปล. พี่ๆน้องๆ ในบ้านexteen อย่าเพิ่งน้อยใจ จะแวะไปอ่านของทุนคนนะคะ

Comment

Comment:

Tweet

confused smile ถ้าทำให้เด็กๆได้ครบ น่าจะเป้นผลดีไม่ใช่น้อยเลย
พี่เห็นด้วยอย่างยิ่ง
ทุกวันนี้คนเรามันเสพอะไรที่รวดเร็วและง่ายจนเกินไป
ซึ่งพี่ก็เป็น
จนบางครั้งต้องพาตัวเองออกไปข้างนอกเพื่อลดจังหวะชีวิตให้ช้าลง ให้ชีวิตไม่มีสิ่งที่เรียกว่าอินเตอร์เน็ต

อย่าว่าแต่เด็ก
เราทุกคนต้องหัดเรียนรู้กับธรรมชาติให้มากขึ้น
ให้ชีวิตที่รวดเร็วกลับมาช้าลง
และเราจะเห็นความสวยงามของชีวิตมากขึ้น

big smile

#5 By guengg on 2011-05-20 09:32

หลายๆอย่างในปัจจุบันกลายเป็นการยัดเยียดเข้าหาผู้คน ใครไม่ทันไม่ตามก็กลายเป็นคนเชยๆ แท้จริงการอยู่กับสิ่งที่มีอยู่ก็อาจเป็นสิ่งที่พอเพียงแล้วในชีวิต ยิ่งพัฒนาเด็กๆยิ่งขาดความอุ่นจากสัมผัสของความเป็นธรรมชาติopen-mounthed smile Hot!

#4 By แทณนี่แหละ on 2011-05-20 09:19

Cool !!!! พี่ชอบมาก ป.แป้ง ในยุคนี้ที่วัฒนธรรมไหลบ่า ทำยังไงที่คนเราจะไม่ลุ่มหลงไปกับสิ่งเหล่านี้จนเกินไป ให้มันเป็นเครื่องมือช่วย แต่ไม่ใช่ให้มันนำชีวิตเรา และไม่ใช่แค่เด็กที่ควรตระหนัก แต่ผู้ใหญ่เองก็ตามในฐานะผู้ที่มีวิจารณญาณมากกว่า จะเป็นแบบอย่างที่ดuและนำให้เห็นถึงการใช้บูรณาการวิถีสมัยใหม่อย่างเหมาะสม โดยไม่หลงลืมวิถีรากเหง้าของตนเอง

#3 By เจ๋ง (182.52.31.98) on 2011-05-20 08:55

สมัยก่อน ที่บ้านพาไปต่างจังหวัด ได้คลุกคลีกับธรรมชาติ เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เหมือนกัน

พอโตมา รู้ตัวอีกที ตาเราวันๆ ได้แต่มองจอคอมไปซะแล้ว sad smile

#2 By SimpsKwan on 2011-05-19 23:50

Slowlife พี่ชอบนะ
แต้มันคงกลับไปแบบสุดโต่งข้างใดข้างหนึ่งยาก
บริบท สังคมนั้น คงเป็นกรอบกว้างให้เลือก พ่อแม่เองก็คงหนักหนาเอาการกับการไล่ตามดู

พี่เองก็หวั่นๆ ใจบางครั้งกับสิ่งมี่เลือกให้เค้า

อ่านแล้วทำให้คิดหลายแง่....

... เขียนอีก จะติดตาม

#1 By พี่โหน่ง (125.26.82.106) on 2011-05-19 23:44

porpang View my profile

Favourites